Get Adobe Flash player

ผู้อำนวยการ พศ.


พ.ต.ท.พงศ์พร  พราหมณ์เสน่ห์
ผู้อำนวยการ

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี


นายชยาวุธ  จันทร
ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี

ผู้อำนวยการ พศจ.ราชบุรี


นายสนธยา  เสนเอี่ยม 
ผู้อำนวยการ
สำนักงานพระพุทธศาสนา
จังหวัดราชบุรี



Home วัดเขาวัง

วัดเขาวัง


วัดเขาวัง ราชบุรี 

วัดเขาวังราชบุรี ตั้งอยู่บนเขาวังห่างจากตัวเมืองราชบุรีประมาณ 3 กิโลเมตร เขาวังเดิมชื่อว่า "เขาสัตตนาถ"เพราะ เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์หลายชนิด  อาทิ เก้ง กวาง ลิง ฯลฯ ทางราชการได้ประกาศห้ามทำร้ายสัตว์ในเขตดังกล่าว ที่เขาสัตตนาถเดิมมีวัดอยู่่วัดหนึ่งอยู่ตรงเชิงเขาด้านทิศตะวันออก แต่ร้างมานาน มีการบันทึกไว้ว่าเป็นวัดที่สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี และทรงโปรดฯให้ยกกระบัตรมืองราชบุรีเป็นผู้อำนวยการสร้าง เพื่อเป็นอนุสรณ์ที่พระองค์พร้อมด้วยสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ได้ทรงยกกองทัพท่ตีกองทัพพม่า และพระราชทานนามวัดนี้ว่า "วัดเขาสัตตนาถ"

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงโปรดฯให้สร้างพระราชวังขนาดเล็กบนเขานี้ และไม่ปรากฏว่าได้รับพระราชทานนามอย่างใดไว้ ชาวเมืองราชบุรีเรียกกันแต่เพียงว่า "เขาวัง" มาจนถึงทุกวันนี้ เหตุที่สร้างพระราชวังนี้ขึ้นมานั้น เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จไปประพาสบนยอดเขานี้เมื่อ พ.ศ.2414 ทรงพอพระราชหฤทัยและทรงดำรว่า เขาสัตตนาถ ประกอบด้วยเขาน้อยใหญ่อยู่ข้างๆ อีกหลายลูก ถ้าได้สร้างพระราชวังและตำหนักเจ้านายขึ้น คงเป็นที่พักตากอากาศได้ดีแห่งหนึ่ง จึงโปรดให้สมเด็จเจ้าพระยามหาศรีสุริยวงศ์ดำเนินการจัดสร้างพระราชวังขึ้นบนยอดเขา และสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ได้มอบหมายให้พระยาเพชรบุรี ซึ่งเคยเป็นนายงานสร้างพระนครคีรีที่จังหวัดเพชบุรีตั้งแต่ครั้งรัชกาลที่ 4 เป้นแม่กองสร้างพระราชวังบนเขาสัตตนาถ

      ในการสร้างพระราชวังครั้งนัี้น ได้ทำทางขึ้นเป็นสองทาง อ้อมขึ้นไปรอบเขา รถยนต์สามารถขึ้นไปได้ทางหนึ่ง และมีทางตรงเป็นทางเดินเท้าต่อขึ้นไปจนถึงหน้าท้องพระดรงอีกทางหนึ่ง ที่เชิงเขาด้านตะวันออกมีโรงทหารรักษาพระองค์ ๑ โรง ด้านพลับพลาเชิงเขามีดรงรถม้า โรงม้า ตรงทางสองแพร่งมีกระโจมสำหรับทหารยาม ต่อขึ้นไปมีดรงทหารมหาดเล็กสร้างเป็นแถวยาวหลังหนึ่ง เหนือขึ้นไปอีกชั้นหนึ่งมีทีมดาบตำรวจอยู่ตรงหน้าท้องพระโรง มีกำแพงแก้วล้อมรอบ ถัดมาเป็นท้องพระโรง ต่อจากท้องพระโรงเข้าไปเป็นพระที่นั่ง ต่อไปข้างหลังเป็นห้องเสวยและเป็นที่สำหรับพวกโขนอยู่

      บนเขาสัตตนาถมีวัดอยู่วัดหนึ่ง แต่เป็นวัดร้างมานานแล้ว ในวัดนี้มีพระเจดีย์องค์หนึ่งกับวิหารพระนอนย่อมๆ ไม่ใหญ่ดตนักหลังหนึ่ง โบสถ์กับศาลาอีกอย่างละหลังอยู่ตรงเชิงเขาด้านตะวันออก 


  วัดนี้สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๓๐ โดยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีโปรดให้ยกกระบัตรเมืองราชบุรีเป็นผู้อำนวยการสร้าง เพื่อเป็นอนุสรณ์ในการที่พระองคื์พร้อมด้วยสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ยกกองทัพมาตีกองทัพพม่า เมื่อปี พ.ศ.2328 ณ ตำบลเขาช่องพราน  ตำบลเขาชะงุ้ม ตำบลนางแก้ว อำเภอโพธาราม โดยยกทัพผ่านมาทางเมืองราชบุรี แล้่วตั้งค่ายมั่นอยู่ ณ หมู่บ้านโคกกระต่าย ตำบลธรรมเสน ยกทัพเข้าล้อมค่ายพม่าทางเขาช่องพราน คอยตัดกองลำเลียงเสบียงอาหาร ช้าง ม้า ของพม่า จนพม่าอดยาก เกิดการระส่ำระสาย จึงยกกองทัพเขาตีจนพม่าแตกพ่ายและจับเชลยพร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์ได้มากมาย ทำให้พม่าเข็ดหลาบไม่กล้าที่จะยกทัพมารุกรานประเทศไทยอีก พระองค์โปรดเกล้าพระราชทานนามวัดนี้ว่า "วัดเขาสัตตนาถ"

น่าเสียดายที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมาประทับที่พระราชวังแห่งนี้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น คือ เมื่อคราวเสด็จกลับจากประพาสไทรโยคและรับราชทูตโปรตุเกส แล้วก็ไม่ได้เสด็จประทับอีกตลอดรัชกาล พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ก็ไม่ทรงโปรดและมิได้เสด็จไปประพาสเลย พระราชวังนี้จึงถูกทิ้งร้างอยู่ตลอดรัชกาล     

       ต่อมาในรัชสมัยรัชกาล 7 ตัวพระที่นั่งต่างๆ ชำรุดทรุดโทรมมาก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริเห็นว่า ถ้าจะคงรักษาไว้เป็นพระราชวังต่อไปอีก จะทำให้สิ้นเปลืองพระราชทรัพย์ในการซ่อมแซมรักษามาก ทั้งมิได้ตั้งพระราชหฤทัยจะเสด็จไปประพาสอีกด้วย พระราชวังนี้จึงถูกทิ้งให้รกร้างเป็นวังร้าง มิได้ทำการซ่อมแซมใดๆเลย ได้มีต้นไม้นานาชนิดขึ้นปกคลุมจนกลายสภาพเป็นป่ารกชัฎเป็นที่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด

มูลเหตุการสร้างวัดเขาวัง

สภาพของเขาวังได้กลายเป็นป่ารกชัฏ มีต้นไม้และเถาวัลย์น้อยใหญ่ขึ้นปกคลุมและเป็นที่อาศัยของสัตว์นานาชนิด เป้นวังร้างตลอดมา เป็นเวลา ๔๐ ปีเศษ คงเหลือแต่ซากท้องพระโรงและพรตำหนักที่บรรทมมีลักษณะปรักหักพังมาก แต่ยังมีหลังคาพอที่จะเป็นที่อาศัยได้บ้าง ส่วนบานประตู หน้าต่าง และพื้นไม่มีเพราะถูกรื้อถอนไปหมด

จนถึงปี พ.ศ.2467 พระครูพรหมสมาจารและพระครูภาวนานิเทศก์ ได้เดินทางปฏิบัติธุดงควัตรมาถึง ณ เขาวังแห่งนี้ และเห็นว่าเป็นสถานที่อันสงัด เหมาะเป็นที่พำนักบำเพ็ญสมณธรรมเป็นอย่างยิ่ง จึงได้พักแรมเพื่อปฏบัติธุดงควัตร บำเพ็ญสมณธรรมเป็นการชั่วคราว และได้ถือเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมถาวรนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2467 เป็นต้นมา

เมื่อท่านทั้งสองได้พบพระราชวังชำรุดทรุดโทรมเพราะภัยธรรมชาติ ทั้งพระตำหนักที่บรรทมและท้องพระโรงเก่าก็อยู่ในสภาพที่ปรักหักพังน่าสังเวชสลดใจ จึงคิดที่จะบูรณะขึ้นใหม่ ในระหว่างนั้น ท่านได้พำนักอาศัยบำเพ็ญสมถะวิปัสสนาอยู่ที่ดคนต้นไม้ใหญ่ ได้มีชาวบ้านในละแวกนั้นศรัทธาเลื่อมใสเป็นจำนวนมาก ต่อมาเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2471 พระครูพรหมสมาจารได้มอบหมายใมห้หลวงสวรรค์เทพกิจ คหบดีของเมืองราชบุรี กับพระยาอรรถกวีสุนทร ข้าหลววงประจำจังหวัดราชบุรี ทำการยื่นเรื่องขอพระราชทานพระราชวังกับกับภูเขาสัตตนาถให้เป็นที่ธรณีสงฆ์เหมือนดังเดิม ดดยผ่านทางกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงมหาดไทยได้ปรึกษากับกระทรวงธรรมการ ซึ่งกระทรวงธรรมการได้แจ้งว่า ทางฝ่ายคณะสงฆ์พอใจรับ จึงได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 และได้ทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชอุทิศให้เป็นที่ธรณีสงฆ์ เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2472 และได้ลงประาศในหนังสือราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 46 หน้า 218 วันที่ 22 เมษายน พ.ศ.2472 

ภายหลังจากได้รับพระราชทานพระราชวังและภูเขาสัตตนาถแล้ว พระครูพรหมสมาจารจึงได้ทำการรื้อพระราชวังที่ประทับเฉาพะส่วนที่ชำรุดทุดโทรม แล้วต่อเติมกำแพงผนังโดยเสริมคอนกรีตจากกำแพงผนังพระราชวังเดิม สร้างเป็นพระอุโบสถ โดยเทคอนกรีตทั้งหลัง มุงด้วยกระเบื้องเคลือบอย่างดี ติดช่อฟ้า ใบระกา ลงรักปิดทอง ติดกระจก โดยได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ.2473 และดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2475 ตั้งชื่อวัดนี้ว่า "เขาวัง"

วัดเขาวัง เป็นวัดที่ได้พัฒนาตัวเอง ด้วยการก่อร่างสร้างตัวด้วยทุนทรัพย์ของพุทธศาสนิกชน ผู้มีความเลื่อมใสศรัทธาในบวรพระพุทธศาสนา กอปรด้วยความสามารถของท่านเจ้าอาวาสทั้ง 2 ท่าน คือ ท่านพระครูพรหมสมาจาร ปฐมเจ้าอาวาส และท่านพระครูภาวนานิเทศก์ เจ้าอาวาสวัดรูปที่ 2 ได้พัมนาจากวัดป่าที่จากเดิมไม่มีถาวรวัตถุมากนัก และปราศจากผู้คนเข้าไปอยู่อาศัย มีต้นไม้น้อยใหญ่ขึ้นปกคลุมมากมาย ให้กลับกลายมาเป็นสถานที่รื่มรมย์ เป็นที่เหมาะสมสำหรับประพฤติบำเพ็ญธรรมของเหล่าภิกษุ สามเณร อุบาสก และอุบาสิกาทั้งหลาย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของนักทัศนาจรและผู้ปฏิบัติธรรม ผู้รักความสงบเข้ามาหาความสุขทางใจ



ที่มา www.nanacollections.com

สมเด็จพระสังฆราช


สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร)
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี


พระธรรมปัญญาภรณ์
เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี

เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี (ธ)


พระปิยทัสสี
เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี (ธ)

เว็บสำนักพุทธจังหวัด