Get Adobe Flash player

ผู้อำนวยการ พศ.


พ.ต.ท.พงศ์พร  พราหมณ์เสน่ห์
ผู้อำนวยการ

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี


นายชยาวุธ  จันทร
ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี

ผู้อำนวยการ พศจ.ราชบุรี


นายสิทธิกร  อ้วนศิริ 
ผู้อำนวยการ
สำนักงานพระพุทธศาสนา
จังหวัดราชบุรี


SeeWat@Ratchaburi



{gallery}newspicture/2557-09/5709027{/gallery}

 

ภาพ/ข่าว : สหัสสพร ทัยรัตน์

วัคซีนต้านทุจริต ปลุกจิตสำนึก คนไทยไม่โกง(โกงข้อสอบ)

วัคซีนต้านทุจริต ปลุกจิตสำนึก คนไทยไม่โกง(หัวหน้าพาโกง)

วัคซีนต้านทุจริต ปลุกจิตสำนึก คนไทยไม่โกง(ซื้อสิทธิขายเสียง)

วัคซีนต้านทุจริต ปลุกจิตสำนึก คนไทยไม่โกง(สปอตเผยแพร่เสียง)

1.ความหมายของพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

2.พระราชพิธีบรมราชาภิเษกในอดีต

3.สามขั้นตอนสำคัญในวันบรมราชาภิเษก

4.แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

5.สถานที่ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

6.พระราชพิธีสำคัญใน “วันบรมราชาภิเษก

ไม่ยอม ไม่ทน ไม่เฉย รวมพลังคนไทยไม่โกง

ไม่ยอม ไม่ทน ไม่เฉย รวมพลังคนไทยไม่โกง

ไม่ยอม ไม่ทน ไม่เฉย รวมพลังคนไทยไม่โกง


Home วัดเขาวัง

วัดเขาวัง


วัดเขาวัง ราชบุรี 

วัดเขาวังราชบุรี ตั้งอยู่บนเขาวังห่างจากตัวเมืองราชบุรีประมาณ 3 กิโลเมตร เขาวังเดิมชื่อว่า "เขาสัตตนาถ"เพราะ เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์หลายชนิด  อาทิ เก้ง กวาง ลิง ฯลฯ ทางราชการได้ประกาศห้ามทำร้ายสัตว์ในเขตดังกล่าว ที่เขาสัตตนาถเดิมมีวัดอยู่่วัดหนึ่งอยู่ตรงเชิงเขาด้านทิศตะวันออก แต่ร้างมานาน มีการบันทึกไว้ว่าเป็นวัดที่สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี และทรงโปรดฯให้ยกกระบัตรมืองราชบุรีเป็นผู้อำนวยการสร้าง เพื่อเป็นอนุสรณ์ที่พระองค์พร้อมด้วยสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ได้ทรงยกกองทัพท่ตีกองทัพพม่า และพระราชทานนามวัดนี้ว่า "วัดเขาสัตตนาถ"

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงโปรดฯให้สร้างพระราชวังขนาดเล็กบนเขานี้ และไม่ปรากฏว่าได้รับพระราชทานนามอย่างใดไว้ ชาวเมืองราชบุรีเรียกกันแต่เพียงว่า "เขาวัง" มาจนถึงทุกวันนี้ เหตุที่สร้างพระราชวังนี้ขึ้นมานั้น เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จไปประพาสบนยอดเขานี้เมื่อ พ.ศ.2414 ทรงพอพระราชหฤทัยและทรงดำรว่า เขาสัตตนาถ ประกอบด้วยเขาน้อยใหญ่อยู่ข้างๆ อีกหลายลูก ถ้าได้สร้างพระราชวังและตำหนักเจ้านายขึ้น คงเป็นที่พักตากอากาศได้ดีแห่งหนึ่ง จึงโปรดให้สมเด็จเจ้าพระยามหาศรีสุริยวงศ์ดำเนินการจัดสร้างพระราชวังขึ้นบนยอดเขา และสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ได้มอบหมายให้พระยาเพชรบุรี ซึ่งเคยเป็นนายงานสร้างพระนครคีรีที่จังหวัดเพชบุรีตั้งแต่ครั้งรัชกาลที่ 4 เป้นแม่กองสร้างพระราชวังบนเขาสัตตนาถ

      ในการสร้างพระราชวังครั้งนัี้น ได้ทำทางขึ้นเป็นสองทาง อ้อมขึ้นไปรอบเขา รถยนต์สามารถขึ้นไปได้ทางหนึ่ง และมีทางตรงเป็นทางเดินเท้าต่อขึ้นไปจนถึงหน้าท้องพระดรงอีกทางหนึ่ง ที่เชิงเขาด้านตะวันออกมีโรงทหารรักษาพระองค์ ๑ โรง ด้านพลับพลาเชิงเขามีดรงรถม้า โรงม้า ตรงทางสองแพร่งมีกระโจมสำหรับทหารยาม ต่อขึ้นไปมีดรงทหารมหาดเล็กสร้างเป็นแถวยาวหลังหนึ่ง เหนือขึ้นไปอีกชั้นหนึ่งมีทีมดาบตำรวจอยู่ตรงหน้าท้องพระโรง มีกำแพงแก้วล้อมรอบ ถัดมาเป็นท้องพระโรง ต่อจากท้องพระโรงเข้าไปเป็นพระที่นั่ง ต่อไปข้างหลังเป็นห้องเสวยและเป็นที่สำหรับพวกโขนอยู่

      บนเขาสัตตนาถมีวัดอยู่วัดหนึ่ง แต่เป็นวัดร้างมานานแล้ว ในวัดนี้มีพระเจดีย์องค์หนึ่งกับวิหารพระนอนย่อมๆ ไม่ใหญ่ดตนักหลังหนึ่ง โบสถ์กับศาลาอีกอย่างละหลังอยู่ตรงเชิงเขาด้านตะวันออก 


  วัดนี้สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๓๐ โดยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีโปรดให้ยกกระบัตรเมืองราชบุรีเป็นผู้อำนวยการสร้าง เพื่อเป็นอนุสรณ์ในการที่พระองคื์พร้อมด้วยสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ยกกองทัพมาตีกองทัพพม่า เมื่อปี พ.ศ.2328 ณ ตำบลเขาช่องพราน  ตำบลเขาชะงุ้ม ตำบลนางแก้ว อำเภอโพธาราม โดยยกทัพผ่านมาทางเมืองราชบุรี แล้่วตั้งค่ายมั่นอยู่ ณ หมู่บ้านโคกกระต่าย ตำบลธรรมเสน ยกทัพเข้าล้อมค่ายพม่าทางเขาช่องพราน คอยตัดกองลำเลียงเสบียงอาหาร ช้าง ม้า ของพม่า จนพม่าอดยาก เกิดการระส่ำระสาย จึงยกกองทัพเขาตีจนพม่าแตกพ่ายและจับเชลยพร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์ได้มากมาย ทำให้พม่าเข็ดหลาบไม่กล้าที่จะยกทัพมารุกรานประเทศไทยอีก พระองค์โปรดเกล้าพระราชทานนามวัดนี้ว่า "วัดเขาสัตตนาถ"

น่าเสียดายที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมาประทับที่พระราชวังแห่งนี้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น คือ เมื่อคราวเสด็จกลับจากประพาสไทรโยคและรับราชทูตโปรตุเกส แล้วก็ไม่ได้เสด็จประทับอีกตลอดรัชกาล พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ก็ไม่ทรงโปรดและมิได้เสด็จไปประพาสเลย พระราชวังนี้จึงถูกทิ้งร้างอยู่ตลอดรัชกาล     

       ต่อมาในรัชสมัยรัชกาล 7 ตัวพระที่นั่งต่างๆ ชำรุดทรุดโทรมมาก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริเห็นว่า ถ้าจะคงรักษาไว้เป็นพระราชวังต่อไปอีก จะทำให้สิ้นเปลืองพระราชทรัพย์ในการซ่อมแซมรักษามาก ทั้งมิได้ตั้งพระราชหฤทัยจะเสด็จไปประพาสอีกด้วย พระราชวังนี้จึงถูกทิ้งให้รกร้างเป็นวังร้าง มิได้ทำการซ่อมแซมใดๆเลย ได้มีต้นไม้นานาชนิดขึ้นปกคลุมจนกลายสภาพเป็นป่ารกชัฎเป็นที่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด

มูลเหตุการสร้างวัดเขาวัง

สภาพของเขาวังได้กลายเป็นป่ารกชัฏ มีต้นไม้และเถาวัลย์น้อยใหญ่ขึ้นปกคลุมและเป็นที่อาศัยของสัตว์นานาชนิด เป้นวังร้างตลอดมา เป็นเวลา ๔๐ ปีเศษ คงเหลือแต่ซากท้องพระโรงและพรตำหนักที่บรรทมมีลักษณะปรักหักพังมาก แต่ยังมีหลังคาพอที่จะเป็นที่อาศัยได้บ้าง ส่วนบานประตู หน้าต่าง และพื้นไม่มีเพราะถูกรื้อถอนไปหมด

จนถึงปี พ.ศ.2467 พระครูพรหมสมาจารและพระครูภาวนานิเทศก์ ได้เดินทางปฏิบัติธุดงควัตรมาถึง ณ เขาวังแห่งนี้ และเห็นว่าเป็นสถานที่อันสงัด เหมาะเป็นที่พำนักบำเพ็ญสมณธรรมเป็นอย่างยิ่ง จึงได้พักแรมเพื่อปฏบัติธุดงควัตร บำเพ็ญสมณธรรมเป็นการชั่วคราว และได้ถือเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมถาวรนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2467 เป็นต้นมา

เมื่อท่านทั้งสองได้พบพระราชวังชำรุดทรุดโทรมเพราะภัยธรรมชาติ ทั้งพระตำหนักที่บรรทมและท้องพระโรงเก่าก็อยู่ในสภาพที่ปรักหักพังน่าสังเวชสลดใจ จึงคิดที่จะบูรณะขึ้นใหม่ ในระหว่างนั้น ท่านได้พำนักอาศัยบำเพ็ญสมถะวิปัสสนาอยู่ที่ดคนต้นไม้ใหญ่ ได้มีชาวบ้านในละแวกนั้นศรัทธาเลื่อมใสเป็นจำนวนมาก ต่อมาเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2471 พระครูพรหมสมาจารได้มอบหมายใมห้หลวงสวรรค์เทพกิจ คหบดีของเมืองราชบุรี กับพระยาอรรถกวีสุนทร ข้าหลววงประจำจังหวัดราชบุรี ทำการยื่นเรื่องขอพระราชทานพระราชวังกับกับภูเขาสัตตนาถให้เป็นที่ธรณีสงฆ์เหมือนดังเดิม ดดยผ่านทางกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงมหาดไทยได้ปรึกษากับกระทรวงธรรมการ ซึ่งกระทรวงธรรมการได้แจ้งว่า ทางฝ่ายคณะสงฆ์พอใจรับ จึงได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 และได้ทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชอุทิศให้เป็นที่ธรณีสงฆ์ เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2472 และได้ลงประาศในหนังสือราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 46 หน้า 218 วันที่ 22 เมษายน พ.ศ.2472 

ภายหลังจากได้รับพระราชทานพระราชวังและภูเขาสัตตนาถแล้ว พระครูพรหมสมาจารจึงได้ทำการรื้อพระราชวังที่ประทับเฉาพะส่วนที่ชำรุดทุดโทรม แล้วต่อเติมกำแพงผนังโดยเสริมคอนกรีตจากกำแพงผนังพระราชวังเดิม สร้างเป็นพระอุโบสถ โดยเทคอนกรีตทั้งหลัง มุงด้วยกระเบื้องเคลือบอย่างดี ติดช่อฟ้า ใบระกา ลงรักปิดทอง ติดกระจก โดยได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ.2473 และดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2475 ตั้งชื่อวัดนี้ว่า "เขาวัง"

วัดเขาวัง เป็นวัดที่ได้พัฒนาตัวเอง ด้วยการก่อร่างสร้างตัวด้วยทุนทรัพย์ของพุทธศาสนิกชน ผู้มีความเลื่อมใสศรัทธาในบวรพระพุทธศาสนา กอปรด้วยความสามารถของท่านเจ้าอาวาสทั้ง 2 ท่าน คือ ท่านพระครูพรหมสมาจาร ปฐมเจ้าอาวาส และท่านพระครูภาวนานิเทศก์ เจ้าอาวาสวัดรูปที่ 2 ได้พัมนาจากวัดป่าที่จากเดิมไม่มีถาวรวัตถุมากนัก และปราศจากผู้คนเข้าไปอยู่อาศัย มีต้นไม้น้อยใหญ่ขึ้นปกคลุมมากมาย ให้กลับกลายมาเป็นสถานที่รื่มรมย์ เป็นที่เหมาะสมสำหรับประพฤติบำเพ็ญธรรมของเหล่าภิกษุ สามเณร อุบาสก และอุบาสิกาทั้งหลาย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของนักทัศนาจรและผู้ปฏิบัติธรรม ผู้รักความสงบเข้ามาหาความสุขทางใจ



ที่มา www.nanacollections.com

สมเด็จพระสังฆราช


สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร)
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี


พระธรรมปัญญาภรณ์
เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี

เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี (ธ)


พระปิยทัสสี
เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี (ธ)

เว็บสำนักพุทธจังหวัด